BlackButler FanFic

บอร์ดสำหรับคนรักแบล็คบัทเลอร์
 
บ้านค้นหาสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share
 

 only ciel 4

Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
choclate_kiss
Baron
Baron
choclate_kiss

จำนวนข้อความ : 4
Join date : 09/03/2010

only ciel 4 Empty
ตั้งหัวข้อเรื่อง: only ciel 4   only ciel 4 EmptySun Mar 28, 2010 11:36 pm

4
ในยามดึกสงัดของฤดูหนาวที่เย็นเยียบ มีเพียงเสียงใบไม้ไหวหวีดหวิวชวนให้เข้ากับบรรยากาศในป่าลึก ท่ามกลางต้นไม้ที่สูงใหญ่ที่แข่งกันเจริญเติบโตอยู่นั้น จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าภายในป่าลึกทางตะวันออกของประเทศอังกฤษนั้น มีคฤหาสน์หลังงามตั้งตระหง่านมานานกว่าหลายร้อยปีแล้ว ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดทอมายังหลังเบื้องล่างเป็นประกายวิบวับเมื่อต้องกับหลังคาและกระจกที่ยังคงสภาพความงดงามไม่ต่างจากวันคืนที่เจ้าของคฤหาสน์คนสุดท้ายยังมีชีวิตอยู่

ร่างเล็กเฝ้ามองความเป็นไปของผืนป่าเบื้องล่างเฉกเช่นหลายร้อยปีที่ผ่านมา ดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำเลื่อนลอยอย่างไร้จุดหมาย ไม่นานท่วงทำนองอันคุ้นเคยก็ดึงขึ้นจากริมผีปากบางอีกครั้ง ท่วงทำนองที่ทั้งเศร้าและอ่อนหวาน เชื่องช้าและพลิ้วไหว นิ้วเรียวยังคงเลื่อนใบไม้ที่สัมผัสริมฝีบางเพื่อให้ท่วงทำนองนี้ดำเนินต่อไป

ติ๋ง.....

ท่วงทำนองหยุดลงแล้ว

ลางสังหรณ์บางอย่างในใจของเด็กน้อยบ่งบอกว่าอีกไม่นานต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตอันโศกเศร้าของเขาอย่างแน่นอน ในคราวก่อนที่เด็กชายรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในตัวเขากำลังร่ำร้องนั้น เด็กชายได้สูญเสียทาสที่ซื่อสัตย์และ....จง ‘รัก’ ภัคดีของเขาไปอย่างไม่มีทางฉุดรั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ต่างจากคราวที่แล้ว แม้เพียงไม่มากนักแต่บางอย่างในตัวเขาไม่ได้ร่ำร้องดังเคย ความรู้สึกที่อดีตนายน้อยแห่งคฤหาสน์แฟนทอมไฮฟ์รับรู้นั้นมีทั้งกลิ่นอายของความยินดี การจากลา และท้ายที่สุดคือ....โศกนาฏกรรม เท่านั้น

บรู๊ววว....

เสียงของทาสรับใช้ดังเป็นสัญญาณจากทางใต้ของคฤหาสน์

“ฟินนี่ รับคำสั่ง” เด็กชายลุกขึ้นแล้วเปล่งเสียงอันแผ่วเบา

ร่างของชายหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งปรากฏกายด้านหลังร่างเล็กอย่างเงียบเชียบ ขาทั้งสองข้างคุกเข่าในท่าอัศวิน มือขวาวางพาดไว้ที่อกด้านซ้ายพร้อมรับคำสั่งจากเจ้านายเหนือเกล้า

“ไปดูว่าใครบุกรุกเข้ามาในเขตของคฤหาสน์ของผม หากมันประสงค์ร้าย ผมอนุญาตให้ฆ่าได้ทันทีโดยไม่มีอุทร”

“Yes, My Lord” แววตาสีมรกตวาบขึ้นในความมืดก่อนที่จะหายไปอย่างเงียบงัน




“อุแหวะ”

“ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายเมาเรือน่ะ” ร่างสูงกล่าวอย่างขบขันเมื่อเห็นร่างบางอาเจียนทุกสิ่งทุกอย่างที่เพิ่งยัดลงท้องไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังร่าเริงดีอยู่แท้ๆ

ร่างบางไม่พูดอะไรเนื่องจากกำลังคลื่นไส้อย่างเต็มกำลัง จึงได้แต่ส่งสายตามาดร้ายมายังร่างสูง มือบางเกาะราวเหล็กแน่น สิ่งที่ร่างบางปลดปล่อยออกมายังลอยน้ำอยู่เบื้องล่าง

“นายเป็นคนจีนไม่ใช่รึไง คนจีนน่ะ ต้องทำการค้าบ่อยไม่ใช่หรอ การค้าข้ามประเทศที่ต้องใช่เรือสำเภาน่ะ” พูดพลางลูบหลังร่างบาง

“พะ...พอแล้วล่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่กินไปเมื่อกี้มันขย่อนออกมาแล้วล่ะ” ถึงแม้จะคลื่นไส้เพียงไรแต่ร่างบางก็ยังไม่วายพูดติดตลก

ชายหนุ่มชาวจีนเดินไปยังเก้าอี้อาบแดดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ร่างบางล้มตัวลงนอนเพื่อให้ลมเย็นสดชื่นจากทะเลปัดเป่าอาการวิงเวียนเมื่อครูให้หายไป

“อื้ม สบายจริงๆเลยน้า” ว่าพลางเอามือทั้งสองข้างเท้าหัวด้วยท่าทีสบายๆตามสไตล์ของเขา

เมื่อเซบาสเตียนเห็นว่าเหลาไม่เป็นอะไรแล้ว ชายหนุ่มจึงมานั่งเคียงข้างร่างบาง ปล่อยให้สายลมเย็นชำระจิตใจให้โปร่งโล่งสบาย หลังจากที่กระวนกระวายใจถึงสถานการณ์ข้างหน้าที่กำลังจะเกิดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืน

“เหลา นายได้ยินเสียงอะไรไหม” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยถามรางบางที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้อาบแดดตัวขาวที่อยู่ไม่ห่างกันนัก

“ไม่นิ ไม่เห็นมีเสียงอะไร” จากนั้นชายหนุ่มชาวจีนจึงปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้สายลมปัดเป่าความอ่อนล้าของการเดินทางและความกังวลกับเหตุการณ์ข้างหน้า

ความกังวลที่เขาเก็บซ่อนไว้อย่างดีภายใต้รอยยิ้ม แม้เขาพยายามจะมองข้ามไปแต่ใจเขาเองนั้นรู้ดีกว่าใคร

เซบาสเตียน...

แม้จะไม่มีอาการโศกเศร้าที่อดีตคู่หูอย่างฟินนี่ตายไป แต่เขารู้ดีว่าแววตาของเซยาสเตียนเปลี่ยนไป แม้เพียงนิดเดียวแต่เขาก็สังเกตเห็นมัน หน้าตาที่มักเรียบเฉย การทำงานที่ยังเฉียบขาดไม่เปลี่ยนแปลง แต่ทว่า....

ดวงตา

ดวงตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป!

มันไม่ใช่ความไหววูบที่ออกมาเพื่อแสดงความเสียใจที่อยู่ภายในจิตใจ แต่มันคือแววตาเปล่งประกายอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนกับอะไรบางอย่างที่เซบาสเตียนรอคอยกำลังก้าวเขามา

และวูบหนึ่งในจิตใจที่คิดว่าอีกไม่นานเขาจะต้องเสียชายคนนี้ไป

เสียไปอย่างที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย!



อีกด้าน... ชายหนุ่มร่างสูงที่ดูเหมือนจะมีท่าทีที่ผ่อนคลายลง

ทว่า... แววตาสีนิลภายใต้เปลือกตาที่มีขนตาหนาเป็นแพประดับนั้นฉายแววสงสัยที่มีอย่างเหลือล้น

เสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้...ช่างเป็นทำนองที่คุ้นเคยเสียจริง

เขาไม่มีทางหูแว่วแน่นอน

ถึงแม้จะคิดถึงเด็กน้อยที่มีนัยย์ตาสีครามราวพื้นทะเลนั่นแค่ไหนก็ตาม

แต่คนอย่างเขาไม่มีทางเข้าใจผิดเป็นแน่แท้

แต่เสียงนั่นมาจากไหนล่ะ.....เขาเองก็ยังไม่ทราบแน่

ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะออกมาจากคฤหาสน์หลังนั่นแน่นอนเรื่องนั้นเขารู้ดี

รู้ดี...จะเป็นไปได้เช่นไร เมื่อเขากับเจ้าของอัญมณีสีฟ้าผู้ประสบพบหน้ากันเพียงหนเดียวเท่านั้น

ทำไมล่ะ??

เขายังไม่ทราบได้ แต่สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มล่วงรู้ได้อย่างแน่นอนเลยก็คือ

เสียงที่เขาได้ยินนั้นคือเสียงขลุ่ยใบไม้ของ จิเอล แฟนทอมไฮฟ์ ไม่ผิดแน่ !!!



เนินนานจนตะวันดวงใหญ่ที่สาดแสงจ้าลาลับขอบฟ้า สายลมอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความยะเยือกจนชายหนุ่มชาวจีนต้องขดตัวเพื่อหาเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายของเขา ทั้งทีที่แขนเรียวสัมผัสกับพนักเก้าอี้แข็งๆทีที่จะเป็นสัมผัสอันอ่อนนุ่มและอบอุ่นจากเตียงหลังใหญ่ในห้วงฝัน

เมื่อดวงตาเรียวค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาจึงทำให้ชายหนุ่มระลึกได้ว่าเขากำลังอยู่ในเรือสำราญขนาดใหญ่ที่กำลังจะเดินทางไปยังประเทศที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่พิถีถันระประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ฟ้ามืดลงแล้ว...ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

ท้องฟ้าในยามค่ำคืนของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ถูกฉาบไปด้วยสีนิลของรัตติกาล แม้ยามนี้จะเป็นคืนเดือนมืดแล้วก็ตามแต่ดวงดาวที่ทอประกายระยิบระยับดาระดาษไปทั่วผืนฟ้า สายลมที่พัดเอื่อยๆแต่ทว่าหอบความหนานเย็นจากท้องทะเลสีครามที่บัดนี้ดำสนิทกลืนไปกับผืนฟ้ากว้างจนไม่สามารถหาเส้นแบ่งฟ้าได้

ร่างบางหยุดความสนใจต่อธรรมชาติอันงดงามที่เขาไม่มีโอกาสสัมผัสได้บ่อยครั้งนักยามที่ทำงานในสำนักงานที่เขาประจำอยู่ ดวงตาเรียวกวาดไปทั่วดาดฟ้าอันไร้ผู้คนของเรือสำราญสุดหรูที่ทางสภาจ่ายค่าตั๋วที่แพงหูฉี่ให้

เซบาสเตียนล่ะ...

ใช่ เมื่อกี้ชายหนุ่มเจ้าของชุดโอเวอร์โค้ดสีดำมะเมื่อมนั่งอยู่ข้างๆ ตัวเขานี่นา

สายตายังคงสอดส่องหาชายร่างสูงแต่เมื่อไม่พบเขาจึงคาดว่าเขาคงอยู่ที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว

“อย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะน้า งั้นปล่อยให้เซบาสเตียนจัดของไปก่อนก็แล้วกัน” ร่างบางพูดกับตัวเองเพื่อปัดความรับผิดชอบในการจัดกระเป๋าที่เขาแสนเกลียดนั่นออกไปให้กับรูมเมทของเขา

ดูจากท้องฟ้าที่ไร้แสงเดือน ทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาเข้าสู่ห้วงนิทรานานแค่ไหนแล้วความไม่สบายใจที่มีและความอ่อนเพลียที่เกิดจากการนอนน้อยมาหลายคืนหายเป็นปลิดทิ้ง ด้วยสภาพจิตใจที่ดีขึ้นทำให้บางอย่างที่ในตัวของชายหนุ่มที่เขาละเลยมานานเกิดการประท้วง

จ๊อก~ สิ่งนั้นเริ่มส่งเสียง

ท้องไส้ที่แทบจะบิดเป็นเกลียวปั่นป่วนไปทั่วสรรพางกายส่งเสียงให้เจ้านายของมรับรู้ว่าไม่มีสิ่งให้ตกถึงมันเป็นเวลานานเพียงใต้แล้ว

“หาอะไรกินก่อนก็แล้วกัน ป่านนี้เซบาสเตียนคงจะเข้านอนแล้วล่ะมั้ง” พูดจบ เหลาก็หายไปกับความมืดทางประตูทางเขาของเรื่อสำราญขนาดยักษ์มู่งสู่ภัตตาคารอันเป็นจุดหมายที่เร่งด่วนของเขา



ร่างบางเดินไปตามทางเดินแคบๆ แสงไฟข้างทางเพียงน้อยนิดทำให้ชายหนุ่มเมื่อเห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นเพียงเงาร่างๆเท่านั้น พลัน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังพลอดรักอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขาอยู่สักเท่าไหร่นัก เสียงครางแห่งความพึงพาใจลอดออกมาจากริมฝีปากของผู้เป็นหญิงสาว ร่างบางเบียดชิดร่างชายหนุ่มผู้นั้นจนชิดกำแพงโดยที่มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มนั้นกำลังนวดเฟ้นหน้าอกอวบของหญิงสาว ส่วนอีกมือใช้ค้ำยันต้นของไว้ฝ่ายตรงข้ามไว้เพื่อประคองจูบอันดูดดื่มของพวกเขาให้ดำเนินไปอย่างราบลื่น

เหลามองภาพนั้นอย่างกะดากอายเล็กน้อยเมื่อผู้เป็นชายหนุ่มเหลือบหันมามองเขาเล็กน้อยแล้วกลับไปทำกิจกรรมตรงหน้าต่อไปโดยไม่สนใจสายตาร่างบางที่มองมาเลย

เมื่อเห็นดังนั้น ร่างบางชาวจีนจึงเดินผ่านไปด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเขาก็ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น เวลาผ่านไปชั่วอึดใจเมื่อผ่านบุคคลทั้งคู่ไป ดวงตาสีนิลก้มมองลงไปที่แผงอกที่ราบเรียบแล้วพาลนึกไปถึงหญิงสาวที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้นดวงหน้านวลเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที

เซบาสเตียนอยากจะทำอย่างนั้นบ้างรึป่าวนะ....

แต่ทุกทีก็เห็นเขาออกจะเพลิดเพลินกับการกัดเม้มส่วนยอดดอกของฉันนี่นา

เอ๊ะ รึอาจจะชอบแบบนั้นแต่ไม่อยากพูดให้เราคิดมาก

ตูม ตูม...งั้นหรอ

“อึ่ย บ้าน่า! คิดอะไรของเราอยู่เนี่ย” เหลาสะบัดหัวแรงจนผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงก่อนที่จะเดินเข้าสู่ห้องภัตตาคารที่ใช้เป็นห้องอาหารสำหรับยามค่ำคืนของเหล่าผู้โดยสารที่เข้าพักเกรดต่ำของเรือสำราญแห่งนี้

ห้องอาหารนี้ต่างจากภัตตาคารสำหรับแขกชั้นหนึ่งที่ไปกับเซบาสเตียนเมื่อตอนกลางวันมากนัก ความมืดสลัวเนื่องจากมีแสงไฟเพียงน้อยนิด เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในท่วงทำนองเร้าใจกระแทกประสาทหูของเหลาจนต้องทำหน้าแบ้ พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นฟลอร์เต้นรำที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนมากมายที่เต้นรำราวกับจะลืมโลก ถัดไปทางขาวเป็นโต๊ะที่ชายหนุ่มคาดว่าเอาไว้ทานข้าว มีชายหญิงสาวคู่กำลังทำพฤติกรรมเดียวกันกับคู่ที่เขาเจอมาเมื่อกี้ไม่มีผิดเพี้ยน หากจะมีแตกต่างกันบ้าง คงมีเพียงแค่ลีลากระมัง?... ด้านซ้ายเป็นเวทีที่มีสาวรุ่น 3-4 คนกำลังเต้นรำเริงร่ากับลูกกรงเหล็กในชุดวันเกิด

ที่นี่ดูเหมือนสถานเริงรมย์ใต้ดินมากกว่าที่จะเรียกได้ว่าห้องอาหารนะ

“แล้วจะหาของกินได้จากที่ไหนเนี่ย รู้อย่างนี้ฉันทนหิวเดินไปภัตตาคารชั้นลนก็ดีหรอก เฮ้อออ ของแค่เคาเตอร์สั่งอาหารก็ดีนะ” ร่างบางบ่นเมื่อเจอกับสภาพตรงหน้า กระเพาะทรยศเริ่มเล่นงานเขาอีกแล้ว ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ค่อยจะถูกใจกับสภาพตรงหน้าสักเท่าไหร่ แต่ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว จะหาของกินรองท้องสักนิดจะเป็นไร

ว่าแล้วร่างบางจึงมองหาบาร์สำหรับสั่งอาหาร...ไม่นานเขาก็พบมัน

“ฉันต้องเดินผ่านไอ้พวกบ้านี่ไปหรอเนี่ย” เหลาบ่นอีกครั้งเมื่อเขาต้องฝ่าผู้คนมากมายที่ตอนนี้เต้นกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ทำไงได้ ท้องกิ่วขนาดนี้ คงแขวนท้องไปกินที่อื่นไม่ไหวหรอก

ว่าแล้วร่างบางจึงค่อยๆเบียดตัวเข้าไปในผู้คนเหล่านั้น จมูกโด่งเป็นสันย่นลงเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์จากเหงื่อของมนุษย์เท้าไฟทั้งหลายที่ผสมปนเป...ตลบอบอวลจนชายหนุ่มคิดว่าหากอยู่นานกว่านี้คงเป็นลมล้มฟุบลงไปได้

เมื่อเดินผ่านไปได้ครึ่งทาง จมูกเขาน่าจะเริ่มชินขึ้นมาบ้างแล้ว ชายหนุ่มจึงหยุดยืนพอให้พักเป็นกระไสย

แล้วสิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็เกิดขึ้นเมื่อสาวน้อยร่างสะโอดสะองคนหนึ่งกำลังเซถลามาที่เขา ถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างมืด แต่ด้วยสายตาที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีตั้งแต่เล็ก ชายหนุ่มจึงรับเด็กสาวได้อย่างสบายๆ

รองหัวหน้าแผนกการปฏิบัติการภาคสนามแห่งสภาแวมไพร์ฮันเตอร์สาขาอเมริการับรู้ถึงความรู้สึกอ่อนนิ่มได้อ้อมแขนของเขา เหลาพินิจพิจารณาดรุณีน้อยตรงหน้า ดวงหน้าใสประดับด้วยดวงตากลมโตหวานซึ้ง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีบางบาง หากลองมาคิดดูแล้วอายุของเจ้าตัวคงไม่น่ามากกว่า 17 แน่นอน แต่ทว่าทำไมพวกผู้ที่ดูแลเรือแห่งนี้ถึงปล่อยให้เด็กอายุเท่านี้ผ่านเข้ามาได้อย่างสบายๆเลยล่ะ...หากโตกว่านี้คนเป็นหญิงที่โฉมงามดีแท้

สาวน้อยยิ้มเพื่อแทนคำของคุณแต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะออกจากวงแขนของชายหนุ่ม นัยย์ตาหวานนั่นพยายามจะสื่ออะไรกับเขาบางอย่าง เหลาเพิ่งสังเกตเห็นว่า แม้ดวงหน้าจะดูอ่อนเยาว์แต่ลักษณะการแต่งตัวและสัดส่วนไม่ต่างจากหญิงที่โตเต็มที่แล้วเลย เสื้อตัวจิ๋วที่โชว์หน้าท้องเรียบจะร่องอกอวบ ไหนจะยังกรโปรงตัวสั้นนั่นอีก

เหลาเริ่มมีอาการอึกอักเมื่อหญิงสาวยังคงไม่ยอมปล่อยเมื่อจากตัวเขาซ้ำยังเหมือนกับเข้ามาใกล้ตัวเขาขึ้นเรื่อย ดวงหน้าหวานเลื่อนเขามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ริมฝีปากเลื่อนเลยไปถึงใบหู

“นายนี่หน้าตาไม่เหมือนกันแถบนี้เลยนะ มาจากต่างทวีปงั้นหรอ” น้ำเสียงหวานเบาราวกับภูติพรายกระซิบดังเขาสู่โสตประสาทของชายหนุ่ม

“แต่ก็น่ารักดีนะ ฉันชอบ”

ลิ้นร้อนของเด็กสาวค่อยไล้เลียใบหูชายชาวจีนอย่างยั่วเย้า นิ้วเรียววางวางบนแผงอกลูบไล้เรื่อยไปราวเชิญชวน

เมื่อเห็นบนตรงไหนไม่มีปฏิกิริยาอะไร สาวน้อยก็ค่อยๆพาลิ้นอันซุกของตนเข้าไปแอบซ่อนในโพรงปากของร่างสูงอย่างชำนิชำนาญ

“อ๊ะ...” เสียงหวานครางออกมาเบาบางเหมือนปลุกเร้าชายหนุ่มตรงหน้า ในขณะที่นิ้วเรียวค่อยๆลูบไล้เลื่อนต่ำลงไปจนถึงจุดๆหนึ่งอันเป็นจุดหมายของเด็กสาว

มือบางค่อยๆสัมผัสส่วนนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนที่รุกเร้ามากขึ้นโดยการเค้นคลึงบางสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงหนังอย่างดีสีดำสนิท

“อื้ม....” คราวนี้เป็นฝ่ายของเหลาเองที่ครางออกมาราวกับพึงพอใจกับการใช้มือของหญิงแปลกหน้า

“ไปที่ห้องของฉันไหม คืนนี้ฉันยกให้นาย” เสียงหวานดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ต่างจากคราวก่อน

ชายหนุ่มชาวจีนที่กำลังเผลอไผลไปกลับสัมผัสอันยั่วยวนของเด็กสาวเบิกตากว้าง ร่างสูงผละออกจากคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ภายในใจนึกต่อว่าตัวเองหลายพันล้านคำ

บ้าจริง....

“ขอโทษนะ พอดีฉันมี ‘คนคนนั้น’ นอนรออยู่ที่ห้องแล้วล่ะ” เหลากล่าวอย่างทีเล่นทีจริงตามนิสัยของเขาซึ่งต่างกับสิ่งที่เขาคิดภายในใจ...มากมายเหลือเกิน

หญิงสาวได้แต่สบถในใจอย่างเจ็บแค้น หากแต่แสดงออกทางสีหน้าไม่ได้เพราะหากปล่อยให้อารมณ์เป็นตัวควบคุมจิตใจและเธอก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเช่นนั้นตัวตนของเธอจะถูกเปิดเผยและเขาคงจะไม่ปราณีเจ้าหล่อนอย่างแน่นอน

เพราะเธอรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร!

เธอรอให้ฮันเตอร์หนุ่มเดินผ่านไปอย่างง่ายดายแต่ไม่วายเหลียวตามองร่างนั้นด้วยความแค้นที่อัดแน่น ดวงตาสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงวาวโรจน์ในความมืด ซึ่งไม่ต่างกับอีกหลายคนอยู่ในบริเวณนั้น

อีกนิดเดียว....อีกนิดเดียวเธอจะสังหารชายผู้ปองร้ายนายเหนือได้แล้ว....ไม่น่าเลย



ฮันเตอร์ชาวจีนถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อข้ามผ่านเหล่ามนุษย์กลางคืนพวกนั้นออกมาได้ ร่างบางทรุดตัวบนเก้าอี้นั่งดริ้งสีแดงสด ใบหน้านวลฟุบลงกับโต๊ะด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง

เมื่อเห็นว่ามีผู้มาใหญ่ บาร์เทนเดอร์อาวุโสผู้มีใจรักในเสียงเพลงก็เข้ามากล่าวถามถึงความต้องการของลูกค้าทันที ดูไปแล้วชราแลดูต่างจากผู้สูงอายุทั่วไปนัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอันเกิดจากการยิ้มแย้มแทบตลอดเวลา ถึงแม้จะอยู่ในเวลากลางคืนและห้องอา...ไม่สิ ผับแห่งนี้ยังไม่สลัวแทบจะเรียกได้ว่าไร้แสงไปก็เป็นได้ แต่ชายแก่ก็ยังส่วนแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้า ไหนจะยังเสื้อกักตัวนอกของเครื่องแบบบาร์เทนเตอร์ธรรมดาที่น้ำไปดัดแปลงจนกลายเป็นเลื่อมสีเงินระยิบระยับ

“โย่แมน! หาอะไรดริ๊งหน่อยไหม” ชายแก่ทักอย่างอารมณ์ดีที่สังเกตได้จากจังหวะการโยกตัวที่สอดคล้องกับดนตรีได้เป็นอย่างดี

“ไม่ ฉันขออะไรก็ได้ที่มันอิ่มๆ~” เสียงของเหลแหบแห้งราวกับคนที่ใกล้จะหมดแรงเต็มกำลัง

“ไอ้ลูกหมา ที่นี่ไม่มีหรอกไอ้ของที่กินอิ่มๆน่ะ อย่างมากก็คงจะเป็นกับแกล้ม ถั่วสักหน่อยไหม”

“อืม... ถั่วก็ถั่ว” จากนั้นชายหนุ่มก็หลับตาลง



“เฮ้ นาย” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของเหลาอย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินมาก่อน

“นาย...ตื่นซะทีซิ ของที่นายสั่งได้แล้วนะ”

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเจ้าของดวงตาสีนิลก็พบกับสาวผมบลอนคนหนึ่งเข้า ริมผีปากอิ่มยิ้มอย่างเป็นมิตรพลางยื่นแก้วเครื่องดื่มที่มีสีชมพูอยู่ครึ่งแก้ว

“เอ้า! รับไปซิ แก้วนี้ฉันเลี้ยงนาย”

เหลาไม่ตอบอะไรแต่เพียงมองที่แก้วนั่นอย่างหวาดๆ ด้วยการต้องถูกฝึกสำหรับการดำรงชีวิตด้วยวิถีของฮันเตอร์โดยแท้จริง ชายหนุ่มจึงถูกสอนมาเข้มงวดจนฝังลึกลงในจิตใจว่า หากขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแล้วล่ะก็ ไม่ว่าหน้าไหนก็ไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น คนแก่รึเด็ก แม้กระทั่งตัวของอาจารย์ผู้สอนมาด้วยเช่นกัน

“ไม่ต้องทำหน้ากลัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก” หญิงสาวหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีแล้วเขยิบเก้าอี้มานั่นเคียงข้างชายหนุ่ม

“ฉันน่ะไว้ใจได้น้า~” รอยยิ้มพราวปรากฏบนใบหน้าเรียวสวย ริมผีปากที่ถูกเต็มแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาไม่แพงนักยกขึ้นเผยให้เห็นฟันเขี้ยวคู่น้อยๆที่เปล่งประกายความขาวของมันท่ามกลางแสงสลัสของสถานที่แห่งนี้

ชายหนุ่มได้เพียงแต่รับร้อยยิ้มนั้นด้วยรอยยิ้มเช่นกัน...รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรเสมอ

“เฮ้ ไม่ดื่มซะหน่อยล่ะ เดี๋ยวมาร์จะน้อยใจเอานะ” สาวงามพยักเพยิดไปทางบาร์เทนเดอร์ชราผู้แต่งตัวนำสมัยคนนั้น

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ เหลาก็ยกแก้วคอกเทลที่ใจราวกระจกขึ้น น้ำสีชมพูใสพาดผ่านลำคอระหงลงไปเพียงเล็กน้อย แต่ทว่ามันกลับทำให้ฮันเตอร์ชาวจีนสดชื่นราวกับได้รับการพักผ่อนมายาวนาน อาการปวดท้องเนื่องจากการไม่ได้กินอะไรมานานแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

“เป็นไงบ้างล่ะ เครื่องดื่ม ‘สูตรพิเศษ’ ของมาร์”

เหลาไม่ตอบคำถามของหญิงสาว เขากระดกมันเข้าไปอีกจนหมดแก้วจากนั้นก็กระแทกมันลงกับเคาเตอร์ไม้ขัดมันวาววับ

“ลุง ผมขออีกแก้ว”

“ฉันว่านายพอแค่นี้ดีกว่าน้า~” สาวผมบลอนกระซิบข้างหู มือเรียวลูบไส้ไปตามต้นขาของชายหนุ่ม “กฎของที่นี่นะ เขาให้สั่งเครื่องดื่มชนิดนี้เพียงวันแล้วแก้วเท่านั้นนะจ๊ะ” ริมฝีปากสีกุหลาบประทับลงบนแก้มนวลของอีกฝ่าย แต่ทว่าดูเหมือนชายหนุ่มยังคนนิ่ง ไม่คล้อยตามไปกับหญิงตรงหน้า

คนที่ 2 ของรอบวันซินะ...ที่ปฏิบัติกับเขาเช่นนี้

...เราเองก็หน้าตาดีใช่ย่อย แต่ทำไมวันนี้ถึงเสน่ห์แรงผิดปรกตินะ

เหลาคิดเขาจมอยู่กับความคิดที่ยังชื่นชมและขอบคุณบิดามารดาที่สรรค์สร้างหน้าตาที่ชายหนุ่มคิดว่างดงามราวเทพบุตรสำหรับเขาแต่แล้วก็ต้องหยุดความคิดลงเมื่อระลึกได้ว่ามืออันไม่อยู่สุขของหญิงสาวกำลังไล้ขึ้นมาเรื่อยๆจนประชิดแก่นกายของเขาเข้าแล้ว

ฝ่ายหญิงสาว เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ขัดข้องอะไรต่อการกระทำของหล่อนนั้น หล่อนจึงดำเนินการมันต่อไปเรื่อยๆจนลุกล้ำความเป็นชายของคนข้างๆ มือบางแต่หยาบกร้านราวกับคนที่ทำงานหนักค่อยรูดซูบกางเกงของชายหนุ่มให้ต่ำลง จากนั้นมืออันใครรู้สึกเข้าไปสำรวจสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

“อย่า” ฮันเตอร์หนุ่มชาวจีนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งเย็นชาและดุดัน ใบหน้าเรียบเฉยฉายแววตาที่ดุร้ายราวสัตว์ป่า

“อะไรกัน อย่าพูดอย่างนั้นซิ ข้ารู้ว่าท่านอยาก ‘ทำ’ เหมือนกันนะ” ริมฝีปากกุหลาบยิ้ม มือนั้นก็ยังทำหน้าที่ของมันต่อไปราวกับเจ้าของของมันไม่สนใจอาการของชายหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

เหลาก้มลงไปมองสิ่งที่ของกำลังโดนรุกล้ำโดยหญิงสาวปริศนา มือบางที่กอบกุม...ลูบไล้ไปมา แม้ว่าเขาจะเห็นมันไม่ถนัดนักแต่ก็รู้ดีว่ามันกำลังตั้งชน

บ้าน่า! ปรกติเราไม่...

ตึกตึก

ร่างอันบอบบางของชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการผิดปรกติในการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจ ร่างกายของเขาที่เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นราวกับมีบางอย่างที่ระอุอยู่ภายในใกล้เวลาจะมันระเบิดออกมาเต็มที

“แก...ทำอะไรกับฉัน...อ๊ะ อ๊า” เสียงเกิบห้าวลอดออกมาทางไรฟันเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้คล้อยตามไปกับการกระทำนั้น มือเรียวปัดป้องการกอบกุมจากมือบางของหญิงสาวแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นผลสักเท่าไรนัก

“เอ...มาร์ เมื่อกี้ฉันใส่อะไรลงไปน้า” หญิงสาวหันไปพูดกับชายชราทักที่มือยังง่วนอยู่กับชายหนุ่ม สีหน้าของเจ้าหล่อนดูไม่ทุกข์ร้อนมิหนำซ้ำยังทำระรื่นเสียอีกด้วย

หรือว่า...จะเป็นไอ้น้ำสีชมพูนั่น!

เหลาได้แต่เจ็บแค้นในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มกำลังเร่าร้อนราวกับไฟ แม้ว่าอยากจะขยับตัวแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้เลย

“อืม...แต่ฉันว่าหมอนี่มันอึดไม่เบาเลยนะ” มาร์กล่าวชื่นชมออกมาจากใจจริง “เธอใส่ ‘มัน’ ไปเยอะขนาดนั้นแต่หมอนี่ก็ยังทนได้ถึงขนาดนี้นับว่าอึดไม่เบา” หลังจากจบเสียงอันแหบแห้งเล็กน้อยของชายชรา ทั้งสองต่างก็พากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เวลาผ่านไปไม่กี่นาที เมื่อหญิงสาวเห็นว่ายาที่หล่อนใส่ในเครื่องดื่มออกฤทธิ์ของมันอย่างเต็มที่แล้ว หล่อนจึงเริ่มมั่นใจว่ายา‘นั้น’ได้เข้าครอบครองชายหนุ่มชาวจีนอย่างสมบูรณ์แล้วหล่อนจึงหันไปบอกให้มาร์ช่วยปิดไฟบริเวณเคาเตอร์ให้หน่อย

“จะ...ตรงนี้เลยหรือ” คำถามที่เหมือนจะจับใจความไม่ได้มุ่งสู่หญิงสาว ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะยืนยันคำสั่งเดิมโดยการทำเป็นไม่สนใจในคำที่ชายแกพูด เขาจึงต้องทำมันอย่างดุษฎีและเดินจากไปในภายหลัง

เมื่อเห็นว่าที่ทางแถวนั้นเริ่มปลอกโปร่งแล้วหญิงสาวจึงค่อยๆลงจากเก้าอี้ตัวเดิมแล้วไปขึ้นคร่อมชายหนุ่มบนเก้าอีกตัว มือบางค่อยๆกอบกุมเอา‘บางสิ่งบางอย่าง’ภายได้กางเกงในตัวจิ๋วสีขาวขึ้นมา จากนั้นจึงเลิกกระโปรงขาวสาวตัวยาวที่พลิ้วไหวของตนขึ้นเพื่อปลดเปลื้องพันธนาการเบื้องล่างของเจ้าหล่อนให้ออกไป แต่เมื่อเห็นว่ามันเป็นที่ลำบากและยุ่งยากหญิงสาวจึงฉีกมันออกไปด้วยความรำคาญปล่อยให้มันลงไปแน่นิ่งกับพรมราคาถูกเบื้องล่าง

เมื่อเห็นว่าไม่มีอุปสรรคใดๆแล้วเธอจีงยกสะโพกของตัวเองให้สูงขึ้น ค่อยๆให้ส่วนนั้นของชายหนุ่มรุกล้ำเข้ามาให้อาณาเขตของตน

“อ๊ะ...อึก...ฮ๊า นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้” น้ำเสียงระเส่าดังขึ้นที่ข้างกกหู “ต้องขอขอบใจนายนะ พ่อหนุ่มน้อย” พูดจบ ริมฝีปากสีกุหลาบจึงทาบลงมาที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม ลิ้นเรียวค่อยๆรุกล้ำเขาสู่ริมฝีปากของฝ่ายตรงข้ามอย่างใจเย็น ราวกับเป็นฤทธิ์ของยาหรืออย่างไร ลิ้มร้อนของฮันเตอร์หนุ่มมีอาการตอบสนองขึ้นมาเล็กน้อย นั่นทำให้อารมณ์ของหญิงสาวพุ่งขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ มือบางกำสาบเสื้อของเหลาแน่น

“เอาล่ะ เราจะเริ่มกันเลยละกันนะ” หญิงสาวเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงอย่างช้าๆ ความเสียวซ่านค่อยๆสอดแทรกเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกหรรษาจนหยุดไม่ได้

เธอรู้ดีว่าเธอมีอะไรที่จะต้องสะสางเรื่องชายหนุ่มตรงหน้านี้ ก่อนหน้านั่น...เธอขอสนุกให้เต็มที่ก่อนก็แล้วกัน

“อ๊ะ....อ๊า” เสียงครางอันพึงพอใจของหญิงสาวดังขึ้นซึ่งเหลาเองก็รับรู้ถึงที่มาและการกระทำอันเกิดเสียงเหลานั้น แต่ทว่ามันเกินกว่ากำลังที่เขาจะขัดขืนได้

“อืม...” แม้จะเป็นเสียงที่เบาบางถ้าเทียบกับเสียงอันอีกทึกของเสียงดนตรีที่รายรอบแต่ทว่าหญิงสาวรับรู้ได้ถึงเสียงอันเป็นที่มาของความพึงพอใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

ทำไมกันนะ ทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาวตรงหน้ามันทำให้อาการร้อนระอุที่ทรมานราวกับแผดเผาด้วยไฟแห่งโลกันต์นั้นเบาบางลง ถึงแม้จะเป็นเขาจะรังเกียจเพียงใด แต่ก็ต้องบังคับริมฝีปากที่แทบจะควบคุมไม่ได้พูดออกไปอย่างยากลำบาก “ระ...เร็วกว่านี้”

เมื่อสิ้นเสียงของเหลา หญิงสาวก็เพิ่มจังหวะราวกับคลั่ง เก้าอี้สีแดงที่แม้ว่ามันจะดูเหมือนใหม่สักเพียงใด แต่ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักสำหรับมนุษย์เพียงคนเดียว อีกทนยังต้องทนต่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงแล้วจึงทำให้อดไม่ได้ที่มันจะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกมาให้บางครั้งคราว

“อึก..อ๊ะ นะ...นาย...รู้ไหม... อ๊า...เมื่อตอนหัวค่ำน่ะ...” ด้วยความเสียวซ่านและริมผีปากที่ยังติดพันกับของชายหนุ่มจึงทำไมประโยคที่กล่าวออกมาฟังดูไม่ประติบประต่อ

“เมื่อคอนหัวค่ำน่ะ นวดตรงนี้ให้ฉันหน่อยซิ” ว่าพลางจับมือเรียวมาวางบนหน้าอกอูมแล้วให้ฮันเตอร์หนุ่มนวดเฟ้นตามจังหวะบีบของมือตน

“อา...อย่างนั้นแหละ มีคนเหมือนกับนายคนนึงแต่ว่าสูงกว่า...” ลิ้มร้อนของเจ้าหล่อนยังคงสำรวจโพรงปากของเหลาอย่างไม่รู้เบื่อ

“หม...หมอนั่นก็หล่อเหมือนกันน้า... อึก...เห็นว่าหิ้วกลับไปซะสองด้วย น่าเสียดาย...อ๊ะ....อืม...หนะ หนึ่งในนั้นไม้ใช่คนของฉัน” หญิงสาวเพิ่มจังหวะขึ้นอีกเพื่อให้ถึงที่หมายอย่างเร็วรุด

“ร่างสูงในชุดโอเวอร์โค้ดสีดำนั่นเร้าใจดีนะ น่าอิจฉานังนั่นจริงๆ อ๊ะ...อ๊ะๆๆๆๆ มาแล้ว เร็วเข้า...อ๊า”

ร่างสูงในชุดโอเวอร์โค้ดสีดำงั้นหรอ....

คำพูดของหญิงสาวทำให้สติที่กำลังล่องลอยของเหลากลับมาอย่างว่องไว อารมณ์โกรธที่มีทั้งหมดพุ่งพล่านขึ้นมาทันที

บ้าจริง! นั่น...เซบาสเตียน

อย่าบอกนะว่าหมอนั่นก็ถูกวางยา....

บ้าชิบ

“อ๊ะ อา...กะ ใกล้แล้ว อีกนิดดะ...”

โครม!!! ร่างสูงผลักหญิงสาวให้ลงกับพื้น เก้าอี้บริเวณนั้นล้มระเนระนาดแต่ก็ดูเหมือนไม่มีใครคนใจสักคน

“อะไรกัน ทำไมนาย!” หญิงสาวโวยวายขึ้นอย่างเดือดดาลเมื่ออารมณ์ครุกรุ่นของชายหนุ่มทำเอาฤทธิ๋ยาเสื่อมลงอย่างหมดสิ้น

เหลาไม่กล่าวอะไรทั้งสิ้น เขาเพียงจัดแจงกับบางสิ่งของเขาให้มันเข้าที่แล้วรีบวิ่งออกไปอย่างรีบเร่ง

ไม่ได้แล้ว ต้องไปหาเซบาสเตียน

ต้องรีบไป!



“จะตามไปไหมครับ” ชายหนุ่มรูปร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาถามหญิงสาวที่บัดนี้กำลังง่วงอยู่กับการสอดแทรกนิ้วเรียวเพื่อทำสิ่งคลั่งค้างไว้ให้สำเร็จ

“ไม่ต้อง!” สาวผมบลอนสะบัดเสียงวาวตาที่เปล่งประกายแดงวาวโรจน์ในความมืดหันใบมองชายผู้เข้ามาใหม่และอีกหลายคนที่มองมายังหล่อนด้วยแววตาที่แดงจัดไม่แพ้กัน

“ข้าว่าเจ้ามานี่ดีกว่า” เสียงเข้มเปลี่ยนเป็นเสียงหวานอย่างฉับไว ร่างกำยำทรุดตัวข้างร่างเพรียวของหญิงสาวอย่างว่องไว จากนั้นจึงใช้ลิ้มร้อนของตรงไล้เลีย...ปรนิบัติส่วนนั้นให้ผู้หญิงตรงหน้าอย่างรู้งาน

“อ๊ะ... ฮ้า” แม้เสียงครางจะดังระงมไปทั่วแต่ทว่าจิตใจที่มียังคับแค้นที่ปล่อยให้‘เหยื่อ’หนีไปได้

เจ็บใจนักนะแก เจ็บใจนัก


ร่างบางวิ่งไปตามทางเดินที่ยาวยืด ชั้นแล้ว...ชั้นเล่า ดูเหมือนว่าทางเดินทั้งหมดมันดูกว้างไกลเสียเหลือเกิน

“แฮ่กๆ...” นี่ที่สุดช่วงเวลาอันแสนยาวนาสำหรับชายหนุ่มก็ได้หยุดลง

ร่างบางยืนหอบตัวโยนอยู่หน้าประคูห้องที่ทำจากให้ชั้นดีขัดให้เรียบเงาดูหรูหรา ชั้นที่เขาและเซบาสเตียนเข้าพักนั้นต่างจากห้องที่เขาเดินผ่านมามากนัก ทางเดินที่ดูกว้างขวางและไฟที่สว่างไสว ดูแล้วรื่นตากว่าห้องพักชั้นล่างเป็นไหนๆ

เหลาสูงหายใจลึกๆ มือเรียวจับกลอนประตูที่ทำจากทองเหลือแล้วค่อยๆปิดมันอย่างแผ่วเบา

กริ๊กๆ

ห้องล็อก...

เขาลืมไปว่าที่นี่ใช้ระบบที่รักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยม...เมื่อปิดประตูลงแล้ว ต้องให้คนด้วนในหรือกุญแจห้องเท่านั้น

เมื่อระลึกได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงควานหากุญแจในกระเป๋าเสื้ออย่างรีบร้อน

“บ้าชิบ” ร่างบางสบถออกมาเล็กน้อยเมื่อเขาความหากุญแจไม่เจอ

“อ๊ะ อ๊ะ...อ๊า” เสียงครางของใครบางคนดังมาจากหลังประตูนั่น!

แต่ทว่า....

มันไม่ใช่เสียงของชายหนุ่ม

ไม่ใช่เสียงของหญิงสาว

แต่มันคือเสียงสองชายหนุ่มและหญิงสาวที่สอดประสานกัน!!!

“เซบาสเตียน...”

To be next night...










ขึ้นไปข้างบน Go down
 
only ciel 4
ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
BlackButler FanFic :: ShortFic & FanFic คุณพ่อบ้านและเรื่องอื่นๆลงได้ที่นี่ค่ะ-
ไปที่: